การวางแผน ก่อนเดินทางไกล ด้วย EV

อัพเดทล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2026


หลายๆ คน อาจจะใช้รถมาหลายปีจนเริ่มคุ้น แต่ตอนนี้ก็มีผู้ใช้ใหม่เพิ่มเข้ามาเยอะเหมือนกัน แต่ตอนนี้ก็มีทางเลือกจุดชาร์จใหม่ๆ มากขึ้น ทั้ง Operator เจ้าใหม่ และสถานีแบบ hub ที่รองรับได้หลายคันพร้อมกัน แต่แม้สถานีจะเพิ่มขึ้น แต่ก็อาจจะยังไม่เร็วเท่าจำนวนรถ

มาเล่ากันเลยครับ ว่าจะต้องวางแผนอะไรกันบ้าง หรือมีอะไรที่จะต้องรู้


⚡หากคุณเป็นเจ้าของรถ EV คันแรก และยังไม่เคยออกทางไกลทริปแรก ให้หามอเตอร์เวย์หรือทางด่วน ถนนโล่งยาวๆ ซ้อม 40-50 km ขึ้นไป ใช้ความเร็วที่ตัวเองจะใช้เดินทางไกล ที่ความเร็วคงที่ สังเกตว่า 10% วิ่งได้กี่ km จะได้รู้ว่า 1% วิ่งได้กี่ km เพื่อนำไปวางแผนการชาร์จ การเดินทาง

⚡ ถ้าช่วงเทศกาลเป็นจังหวะที่รถวิ่งไม่ได้เร็ว วิ่งช้าลง จะไปได้ไกลขึ้นต่อ 1 ชาร์จ

หากปกติ วิ่ง 100-110 km/h อาจจะวิ่งได้มากสุดแค่ 0.75 เท่าของระยะที่โฆษณา แต่ถ้าวิ่งช้าลง 70-80 km/h อาจจะได้ระยะใกล้เคียงโฆษณา

⚡ แอพ Plugshare เป็นแอพรวมตำแหน่งจุดชาร์จที่ยังใช้ได้ดี และมีข้อมูลปัจจุบันล่าสุด แต่การจะเริ่มชาร์จ ยังคงต้องโหลดแอพแยกแต่ละเจ้า

ซึ่ง Plugshare จะเป็นตัวช่วยวางแผนจุดชาร์จสำรองได้ดี ต้องเน้นว่า อย่าลืมหาจุดชาร์จสำรอง ต่างค่ายไว้ด้วยนะครับ กันเหนียว เผื่อเจ้าหลักระบบล่มแล้วไปต่อไม่ได้ หรือมีคนใช้งานจนเต็ม และมีคนแนะนำ Pugev อีกอันด้วยครับ สำหรับการหาสถานี แต่แอพ Pugev จะมีเฉพาะใน iOS ส่วนหากใช้งานผ่านเว็บ ให้เข้า http://www.pugev.com/

ปกติผมจะวางแผนโดยแวะชาร์จตอนเหลือ 20% ที่จุดหลัก และมีจุดสำรองต่างค่าย อันต่อไป ในระยะที่แบตจะเหลือ 10-15% แต่เทศกาล แนะนำว่า เจอที่ไหนว่าง แวะเข้าห้องน้ำ ชาร์จตุนก่อนเลย ตามความสะดวก และอย่าคาดหวังพึ่งจุดหลักที่แบตจะเหลือ 15-20% เกินไป เจอจุดก่อนหน้าแวะได้เลย เพราะคนที่ใช้รถรุ่นเดียวกับคุณ หรือวิ่งได้พอกัน ก็คงจ้องจุดนั้นเช่นกัน เช่น ไปภาคเหนือ คนจะมีโอกาสจ้องนครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก มาก หากหาจังหวัดก่อนหรือหลังจากนั้นได้จะสวย


⚡ปัจจุบัน นอกจากเจ้าใหญ่ PTT, Elex, PEA Volta แล้ว ยังมีผู้ให้บริการเจ้าอื่นๆ เช่น

  • Altervim ที่มักอยู่ในโลตัส หรือบางเซเว่น
  • Reversharger ตามศูนย์ BYD และ Shell
  • Spark EV เริ่มขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตามปั๊มบางจาก ต่างจังหวัด และมีตู้แรง เช่น นครสวรรค์
  • Evolt มีตู้ชาร์จเร็วอยู่บ้าง บางจุดเป็น hub สำหรับรถบรรทุกไฟฟ้า แต่เข้าไปใช้ได้
  • MG Supercharge หรือตู้แดง สำหรับคนใช้ MG ที่อยู่ตามศูนย์ MG ตอนนี้มีโปรด้วย แต่ตู้เป็นรุ่นเก่า 25-50 kW แต่หากที่อื่นเต็ม ก็เป็นทางรอดได้เฉพาะสำหรับคนใช้ MG
  • Onecharge เริ่มมี Hub ในหลายๆ ที่

และยังมีเจ้าอื่นๆ เช่น Galvanic, iGreen+, Charge+, NEXMOEV ที่แม้ตอนนี้ สถานีอาจจะมีไม่มาก แต่หากสถานีหลักเต็มหมด ก็อาจจะต้องมาลองดูกลุ่มนี้ ซึ่งบางทีก็จะมีสถานีลับๆ ที่หลายคนไม่ค่อยรู้อีกมาก

⚡จุดที่คนเยอะ คือจุดที่คนมักใช้กันประจำ และเป็นเจ้าดัง สิ่งอำนวยความสะดวกเยอะ หรือเรทถูก ถ้าตรงไหนกลับรถได้ก็มีโอกาสเจอตู้ว่างมากกว่า แต่เทศกาลก็มีปิดจุดกลับรถหลายจุด ทำให้อาจจะไม่ง่ายมากนัก หากคิดจะกลับรถไปใช้อีกฝั่ง และการยอมจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อย ใช้ตู้เจ้าที่แพงกว่า ก็เป็นการซื้อเวลาได้อย่างนึง เพราะคนมักแห่ไปตู้ถูก หรือเจ้าดังก่อน แต่ถึงแพงก็ยังถูกกว่าค่าน้ำมัน

⚡ถ้ายอมออกเช้ามืด เลี่ยงจุดชาร์จยอดนิยม แล้วแวะชาร์จจุดที่อยู่ก่อนหน้านั้น หรือเจอที่ไหนว่างระหว่างทาง แวะเข้าห้องน้ำ เสียบตุนไว้ด้วย จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น

⚡การชาร์จหลัง 90-95% ของรถหลายๆ คัน จะเริ่มช้าลง ซึ่งตอนนี้ยังเป็นความจริงอยู่ แม้ตอนนี้ หลายรุ่นจะพัฒนาจนชาร์จช่วง 80-90% ได้เร็วขึ้นมากแล้ว ซึ่งการรอจาก 90-100% อาจใช้เวลารวมทั้งทริป นานกว่าไปข้างหน้า แล้วชาร์จจุดต่อไปจาก % น้อยๆ

แนะนำว่าหากถึง 90-95% แล้วไปต่อ จะไปได้เร็วกว่ารอให้เต็มจาก 95-100% เพราะจะเป็นช่วงที่กินเวลามาก เมื่อเทียบกับระยะทางที่เพิ่มขึ้นไม่มาก แต่ถ้าจำเป็นต้องชาร์จเต็ม เพราะคิดแล้วว่ามีโอกาสระยะจะไม่พอดีกับจุดต่อไป ก็ใช้ความถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน


ชั่งน้ำหนัก ข้อดี-ข้อเสีย หากใครมีรถน้ำมันสำรอง และยังคิดไม่ตกจะเอารถน้ำมันหรือ EV ไปดี?

🚗 รถน้ำมัน

ข้อดี : ปั๊มน้ำมันมีเยอะแน่นอน, พะวงน้อยกว่าเรื่องระหว่างทาง, เติมพลังงานได้เร็ว, คล่องตัวกว่าในสถานการณ์ที่คนอาจใช้จุดชาร์จเยอะ

ข้อเสีย : ค่าน้ำมันแพง และรถยิ่งติดหรือขึ้นลงเขาเยอะยิ่งกิน, หากเป็นเทศกาล ปั๊มใหญ่ก็ต้องรอต่อคิวเช่นกัน, จอดติดเครื่องนอนพักไม่ได้, กำลังเร่งแซงในบางรุ่น และความสะดวกสบายในการขับขึ้นลงเขา อาจน้อยกว่า, บางรุ่นอาจไม่มีระบบช่วยขับ, ความเสี่ยงในการเสียกลางทาง หากรถเก่าและไม่พร้อมจริงๆ

🚗 EV

ข้อดี : ส่วนมากมีระบบช่วยขับ ลดความเมื่อยล้า, จอดเปิดแอร์นอนพักได้, มีกำลังให้ใช้เร่งแซง และขับขึ้นลงเขาง่าย มีแรงหน่วงเยอะ, ค่าไฟส่วนมากไม่แพงเท่าน้ำมัน และขึ้นลงเขารวมแล้วกินไฟกว่าปกติไม่มาก

ข้อเสีย : ต้องวางแผนเรื่องสถานีชาร์จ และแวะจอด ที่รัดกุมกว่าปกติ, อาจจะเสียเวลารอคิวและจอดมากขึ้น, โอกาสโดนหาร speed ในการชาร์จ ที่ทำให้ใช้เวลาชาร์จนานขึ้น, ความเสี่ยงแอพล่ม แต่ยังสามารถเลือกใช้เจ้าอื่นได้


เริ่มเปรียบเทียบเลย!

Share this content