รีวิว MG EP สั้นๆ : จุดเริ่มต้นของ EV ต่ำล้านในไทย

อัพเดทล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2026


MG EP เป็นรถไฟฟ้า EV 100% ขนาดเท่าๆ รถทั่วไป ที่ทำความเร็วได้แบบรถปกติ ที่ถูกสุดในไทยตอนปี 2021 ด้วยค่าตัวที่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท และช่วงปี 2025 ก็มีการลดล้างสต๊อกเหลือไม่ถึง 5 แสนบาท และผมก็ได้มีโอกาสเช่ามาขับไปเที่ยวจริงๆ ก็เลยจะขอเหลาให้ฟังว่ารถคันนี้เป็นรถที่น่าใช้มั้ย

หมายเหตุ : ชื่อ EP และสเปกแบตที่ใส่มา เป็นชื่อและสเปกพิเศษสำหรับประเทศไทย ใน ตปท รุ่นนี้จะเรียก MG5 EV และมีแบตที่สเปกต่างกัน หากใครต้องการหาข้อมูลหรือ review เพิ่มเติมจาก ตปท ให้ระวังเรื่องข้อมูลที่สเปกต่างจากของบ้านเราด้วยครับ

สำหรับรุ่นที่รีวิว เป็น EP เฉยๆ แต่ในตอนหลังของการทำตลาด มี EP Plus โดยตัว Plus จะเพิ่มราวหลังคา และฝาครอบปิดห้องเครื่อง นอกนั้นเหมือนกันหมด และปีหลังๆ มีสีแดงเพิ่มมาด้วย


ออพชั่น

ของเล่นต่างๆ ในตัวรถ ดูเหมือนจะน้อย แต่เอาจริงออพชั่นพื้นฐานที่ควรมี ก็ไม่น้อยก็พอกับการใช้งานทั่วไป ไม่มีขาดอะไรจนน่าเกลียดเกินไป ต่อ Android Auto แล้วรู้สึกระบบใช้ง่ายใช้ดีกว่า ZS EV งบเท่านี้ถ้ามองว่ามีข้าวของขนาดนี้ก็คุ้มสมตัวอยู่ มี Carplay กับ Android Auto พร้อม Bluetooth หน้าปัดและแผงประตูมีวัสดุหนังบุนุ่ม เบรกมือไฟฟ้า ล็อคแล้วพับกระจกออโต้ cruise control กล้องถอย ไฟหน้า auto มี TPMS วัดแรงดันลมยาง ก็พอเพียงกับการใช้ทั่วไปได้สบาย ถ้าใครใช้รถยุค 2000 ต้นๆ แล้วอัพมาเป็น EP ก็คงรู้สึกว่าไม่ได้มีอะไรขาดหายไป และได้มากขึ้น แต่ถ้าใช้รถยุคใหม่หน่อยมาก่อนอาจรู้สึกไม่มีออพชั่นอลังเท่าไร

ระบบความปลอดภัยมีมาแค่พอตัว Airbag มีให้แค่คู่หน้า อาจจะน้อยไปนิดสำหรับรถยุคนี้ แต่ถ้าคุณรับได้และเคยชินกับรถยุค 2000 ต้นๆ ถึงกลางๆ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร

สมรรถนะ

อัตราเร่งมาไวทันใจแรงสุดในงบเท่านี้แน่นอน ถ้าคุณซื้อรถน้ำมันงบเท่ากัน คุณไม่มีทางได้สัมผัสอัตราเร่ง 0-100 แบบเลขตัวเดียวแบบนี้ อัตราเร่ง 0-100 km/h ประมาณ 8-9 วินาที ก็เทียบเท่าพวก Civic Turbo แล้ว

เรื่องที่ผมไม่ชอบ

ก็มีหลายเรื่องเหมือนกัน แต่ถ้าคนไม่คิดไรมากก็อาจปล่อยผ่านได้ ถ้าคิดว่ารถเป็นแค่การเดินทางจากจุด A ไป B เริ่มจากพวงมาลัยปรับเข้าออกไม่ได้ ปรับได้แค่ขึ้นลง ผมสูง 170 กลางๆ ถ้าจะให้พวงมาลัยอยู่พอดีมือก็ต้องยอมงอขา ถ้าที่พักเท้าซ้ายลึกเข้าไปอีกหน่อยน่าจะดีกว่านี้ เคยลองสัมผัสเบาๆ ตอนเปิดตัวใหม่ๆ นั่งเล่นดูปรับท่านั่งไม่ค่อยลงตัวละกลัวๆ แต่พอได้สัมผัสจริงขับทางไกลก็ไม่ได้เมื่อยอย่างที่เคยกลัว กับจอหน้าปัดสว่างเกินแม้จะปรับให้น้อยสุด กับแอร์เย็นเกินตอนกลางคืน 555 ไม่มี heater แล้วก็ช่วงล่างย้วยแบบเรือข้ามฟาก แต่เติมลมยาง 33 ละรู้สึกดีขึ้นมาบัาง แล้วก็เวลาขับเกิน 80 เสียงลมก็ดังเข้ามาแล้ว

ความจุแบต

มากพอจะขับต่อเนื่องไป 200 โลปลายๆ – 300 โลแบบสบายใจ ขับจาก กทม. ไปเมืองกาญ ขับแบบสบายๆ 80-90 แบตยังเหลือเกือบๆ 50% แต่หากขับเร็วอาจจะได้ไม่ถึง 300 km

ช่วงล่าง

หากคนไม่คุ้นชินกับตัวรถ มีหลายคนที่ได้รถมาใหม่ๆ ในคลับ EP บ่นค่อนข้างเยอะเรื่องเมารถ แต่ถ้าเลือกปรับระดับความหน่วง หรือ KERS ตอนถอนคันเร่งให้พอเหมาะ กับกะจังหวะถอนคันเร่งดีๆ ก็ช่วยได้บ้าง แต่ถ้ายังรู้สึกว่าช่วงล่างย้วยเกินไปอีก ในคลับก็มีคนแก้ปัญหา ทั้งเปลี่ยนสปริง โช้คแต่ง มีหลายวิธีมากครับ


ถ้าจะให้ผมแนะนำ EP ผมว่าเป็นรถที่โอเคเลยครับสำหรับคนทั่วๆ ไป ที่เริ่มเข้าสู่โลกของ EV แบบได้ประสบการณ์ข้อดีต่างๆ ของ EV ครบถ้วนในราคาย่อมเยา เหมาะกับคนที่เน้นการใช้งานง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ไม่ใส่ใจจับผิดรายละเอียดตัวรถมาก ไม่ได้สนใจข้อเสียจุกจิกมากมาย ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพียงพอต่อการพาไปจากจุด A ไปจุด B ได้ด้วยความเร็วปกติแบบรถน้ำมันได้ หรือเหมาะเป็นรถใช้งานในบริษัท องค์กรต่างๆ


เริ่มเปรียบเทียบเลย!

Share this content