
ตอนนี้ S07 ใหม่ เปิดตัวด้วยค่าตัวแนะนำ 1,099,000
แต่รุ่นเก่า มีข่าวว่าลด 5 แสน ทั้ง S07 ปกติ และ S07L ทำให้จะเหลือประมาณ 899,000-999,000
แล้วส่วนต่างจริงๆ 1-2 แสนจะคุ้มมั้ย? ถ้าจะประหยัดกับรุ่นเก่า หรือจ่ายเพิ่มไปรุ่นใหม่?
รุ่นใหม่
1% วิ่งจริงได้ 3.7-4.1 km (100% 370-410 km) เป็นแบต LFP 68.8 kWh เคลมชาร์จเร็วสุด 167 kW
และปรับช่วงล่างใหม่ ขับดีกว่าเดิมมาก แน่น ไม่ย้วย
โดยการชาร์จ สามารถชาร์จ 20-80% ได้ในเวลาไม่เกิน 30 นาทีแน่นอน และหากตู้แรงพอ อาจจะได้ 24 นาที หรือน้อยกว่า
โดยการชาร์จ 20-80% กับตู้ Elex 150 kW 400A ใช้เวลา 24 นาที และคง 149-150 kW ได้ยาวถึงช่วง 50%
ซึ่งเร็วกว่ารุ่นเดิมชัดเจน ที่ต้องรอไม่น้อยกว่า 40 นาที
รุ่นเก่า
S07 ธรรมดา 1% วิ่งจริงได้ 3.6-4 km (100% 360-400 km) เป็นแบต NMC 66.8 kWh ใช้ร่วมกับ L07 เคลมชาร์จเร็วสุด 87 kW
แต่จากการทดสอบจริง และจาก user report หลายๆคน ยังไม่เคยมีใครได้เกิน 78 kW
ส่วน S07L เป็นแบต 79.97 kWh แต่สเปกการชาร์จก็ไม่ได้ชาร์จเร็วขึ้น และแรงม้าน้อยกว่า แต่วิ่งไกลขึ้น
ในรุ่นเก่า ช่วงล่างเดิมจะนุ่มย้วย และมีอาการเด้งขึ้นลงชัดช่วงความเร็ว 50-80 km/h
———-
จุดต่างหลักๆ คือ ล้อ ภายนอกเล็กน้อย แบต ช่วงล่าง
รุ่นใหม่ รูปลักษณ์ เหมือนตัวไมเนอร์เชนจ์รอบแรกที่จีน ล้อ 20″ ลายใหม่ลายเดียวกันกับที่จีน และแถบด้านข้างประตู เพิ่มส่วนที่เป็นสีตัวรถ
ภายใน ยังเหมือนเดิม เป็นช่องแอร์แบบปรับไฟฟ้า ไม่ได้เป็นแบบปรับมือเหมือนจีน
พละกำลัง S07 ใหม่ และ S07 ธรรมดาตัวเก่า เท่าเดิม 258 แรงม้า แรงบิด 320 Nm
เคลมระยะวิ่ง เท่าเดิม 485 km NEDC จะวิ่งจริงจากการคำนวณได้ราวๆ 364 km
ซึ่งจากที่ทดสอบจริง วิ่ง 100-110 km/h ทางไกล ก็ใกล้เคียงตามนี้จริงๆ แต่จริงๆ ตัวใหม่วิ่งได้มากกว่ากันนิดนึงจากแบตที่เพิ่มเล็กน้อย ไม่กี่กิโล
ส่วน S07L จะเหลือ 218 แรงม้า เคลมระยะวิ่ง 560 km NEDC จะประมาณวิ่งจริง จากการคำนวณได้ราวๆ 420 km
———-
แล้วควรจะไปตัวไหน?
ข้อพิจารณาที่สำคัญที่สุด คือ แบตเตอรี่ ถ้าตัดสินใจแล้ว เปลี่ยนสเปกทีหลังไม่ได้ แต่ล้อ ช่วงล่าง ยังหาของแต่งเปลี่ยนได้ง่าย
เท่ากับว่า รุ่นเก่าสามารถทำให้ช่วงล่างดี หรือล้อสวยได้เหมือนกัน แต่ถ้าอยากชาร์จเร็ว รุ่นเก่าอัพไม่ได้แล้ว
– รุ่นใหม่ เหมาะสำหรับคนที่มองเรื่องอนาคต และความคล่องตัวในการเดินทางไกลที่มากขึ้น โดยแบต LFP มีโอกาสที่จะทนกว่า และชาร์จได้เต็ม 100% ในการใช้งานประจำ และความเร็วการชาร์จไม่ตกยุค
โดยปัจจุบัน ตู้ 150-180 kW เริ่มหาง่ายขึ้น แม้จะยังมีการหารแบ่งเกิดขึ้นได้ แต่หากอนาคต สถานีชาร์จต่างจังหวัดขยับไปถึง 240-720 kW ซึ่งจริงๆ ตอนนี้ก็เริ่มมีแล้ว ก็จะทำให้รถใช้ประโยชน์จากความเร็วการชาร์จ ในระดับ 150-170 kW ได้มากขึ้น
—–
– รุ่นเก่า เหมาะสำหรับคนที่วิ่งในระยะทางต่อวันหรือต่อครั้งที่แน่นอน ไม่เกิน 300 km สำหรับ S07 เดิม และไม่เกิน 350 km สำหรับ S07L หรือรับได้กับการจอดชาร์จ 40-50 นาทีทางไกลถ้าแบตน้อย หรือนานๆ จะออกทริปไกลทีนึง และไม่ได้คิดว่าความเร็วการชาร์จเป็นปัญหาใหญ่ แต่พอรถใหม่ออกมาเรื่อยๆ สเปกนี้ก็มีโอกาสจะถูกทิ้งห่างไปไกลอีก และพอมีตู้ชาร์จที่เร็วขึ้น ความเร็วการชาร์จก็จะตันที่ตัวรถ และพอจะเปลี่ยนมือระยะยาว ก็มีโอกาสจะขายยากขึ้น
หากสนใจรุ่นเก่าจริงๆ ลองหาว่า ช่วงล่าง โช้คแต่ง ราคาเท่าไร และเอามาเทียบส่วนต่างกับรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องทำช่วงล่าง แต่หากพอใจกับช่วงล่างรุ่นเก่า และไม่สนความเร็วการชาร์จ ก็จะประหยัดเงินไปได้จริงๆ
และในรุ่นเก่าที่เป็นรถค้างสต๊อก อาจจะต้องเช็คสภาพแบตลูกเล็ก 12V กันอีกทีก่อนรับรถ เพราะก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่มีโอกาสทำให้รถผิดปกติได้เมื่อใช้งานไปสักระยะ จากสภาพแวดล้อมการเก็บรักษารถ ที่ส่งผลต่อแบตลูกเล็ก
