
เมื่อช่วงปลายปี 2023 ผมได้มีโอกาสลอง BMW i5 M60 xDrive สั้นๆ ในสนามปทุมธานีสปีดเวย์ โดยทาง BMW จัดพื้นที่ให้ลองครบทั้ง slalom ซิกแซก, เข้าโค้ง, ทดสอบ lane change และลองอัตราเร่ง ซึ่งตัวรถ i5 นี้ ใช้ช่วงล่างแบบถุงลม Adaptive และมีระบบเลี้ยว 4 ล้อทุกรุ่นย่อย และในรุ่น M60 xDrive เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 601 แรงม้า มีแรงบิด 795 Nm และเพิ่มเป็น 820 Nm ใน Boost mode
อัตราเร่ง 0-100 km/h ใน 3.8 วินาที แม้ว่าหลายคนจะรู้ว่ารถบางรุ่นก็วิ่งได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำให้ BMW ยังคงมีความโดดเด่นและแตกต่างจากรถอื่นๆ คือการขับขี่ที่สนุก ควบคุมได้อย่างแม่นยำ ซึ่ง i5 แม้จะเป็นรถไฟฟ้า 100% แต่ก็ยังไม่ทิ้ง DNA ความเป็น BMW

การทดสอบครั้งนี้ เริ่มจาก slalom สามารถไปได้อย่างคล่องตัวจากระบบเลี้ยว 4 ล้อที่ช่วยให้วงเลี้ยวแคบลงที่ความเร็วต่ำ และเปลี่ยนเลนได้ดีขึ้นที่ความเร็วสูง การเข้าโค้งด้วยความเร็ว ก็ทำได้อย่างแม่นยำ วิ่งตามแนวกรวยที่วางไว้ได้ตามสั่ง และพอออกโค้งก็เหยียบต่อได้ทันใจ มีเสียงสังเคราะห์ตอนเร่งจาก Hans Zimmer ช่วยเร้าอารมณ์ เวลาถอนคันเร่งก็มี regen หน่วงช่วยนิดๆ ทำให้ไม่ต้องแตะเบรกลึกมาก เรียกว่าขับสนุกคุมได้ตามสั่งเลยครับ สำหรับคนขับขับสนุกจริง ประทับใจมาก ถ้ากดแบบพอดีๆ
อัตราเร่ง 0-100 km/h ก่อนทดสอบเราเข้าโหมด sport แล้วเหยียบคันเร่งกับเบรกพร้อมกัน เพื่อเข้า launch control ช่วยออกตัว จังหวะนี้รถจะมีจำลอง effect สั่นๆ เหมือนเร่งเครื่องแต่รถไม่ไปด้วย พอพร้อมเราก็ปล่อยเบรก เราทดสอบ 0-100 กันแล้วก็ได้ใกล้เคียงกับที่เคลม 3.8 วินาทีเลย พุ่งไปไวมาก แต่ยังไม่รู้สึกเวียนหัว และยังเบรกเพื่อที่จะเลี้ยวกลับเข้าจุดตั้งต้นได้ทัน รถคันนี้ไม่ได้เด่นแค่อัตราเร่ง แต่การขับแบบในสนามเล่นแบบสนุกๆ ในภาพรวมโอเคเลย
พอสลับมาเป็นคนนั่งหลังบ้าง เบาะส่วนพิงหลังจะตั้งชันนิดๆ ที่เหยียดขามีพอดีๆ แต่ไม่ได้กว้างมาก แต่นั่งหลังก็ยังรู้สึกปลอดภัยไม่มึนไม่เหวี่ยง แม้จะสลับกันขับแบบโหดๆ
สรุปเบื้องต้น i5 M60 คือรถไฟฟ้าสำหรับคนที่ต้องการความเป็น BMW เน้นการขับขี่ในแบบผู้บริหารอยากขับอยากซิ่งเอง แต่ถ้านั่งหลัง อาจจะไม่ได้ถึงกับสบายมาก แต่ถ้าต้องเป็นคนนั่งหลังแล้วเจอคนขับโหดๆ ก็ยังรู้สึกว่านั่งแล้วปลอดภัย


