การตั้งค่าโหมดการขับ ให้เหมาะกับรถคุณ ในแต่ละสถานการณ์

อัพเดทล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2026


สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใช้รถ EV หรือเปลี่ยนมาใช้รถคันใหม่ แล้วพบว่า ในหน้า settings ของตัวรถ สามารถตั้งค่าการขับขี่ได้หลากหลาย จนหลายคนอาจจะสับสนได้ ว่าแต่ละโหมดจะใช้ยังไงตอนไหนได้บ้าง? ซึ่งหากเขียนเป็นบทความ อาจจะยาวมากและเข้าใจได้ยาก เพราะรถแต่ละรุ่น มีความสามารถในการปรับโหมดแต่ละอย่าง ที่ไม่เท่ากัน บางคันปรับได้มาก บางคันปรับได้น้อย

วันนี้ เราจึงได้ทำตัวช่วยขึ้นมา เพื่อช่วยให้คุณเลือกใช้โหมดการขับขี่ ที่มีในรถคุณ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพียงคุณเข้าหน้า settings การขับขี่ของตัวรถ และตอบคำถามตามตัวเลือกที่เรามี แล้วเราจะเลือกให้ว่า รถของคุณ สามารถใช้โหมดอะไรได้บ้าง


ตัวช่วยเลือก setting โหมดการขับขี่
แต่ละสถานการณ์ ให้เหมาะสมกับรถของคุณ

รถของคุณมีเมนู หรือฟังก์ชั่นปรับสิ่งเหล่านี้หรือไม่?

เมื่อเลือกแล้ว สามารถเลื่อนลงด้านล่าง เพื่อดูผลได้ทันที โดยไม่ต้องกดปุ่ม
โหมดการขับขี่
! โปรดเลือกอย่างน้อย 2 รายการ
ระดับความหน่วง
One-pedal
พวงมาลัยปรับน้ำหนักได้
ช่วงล่างปรับความสูงได้
ช่วงล่างปรับความแข็งได้

ผลลัพธ์ : โหมดการขับขี่ ที่เหมาะสมสำหรับรถคุณ

ฟีลการขับขี่แบบรถน้ำมัน

เน้นการใช้ความหน่วงน้อยๆ และออกตัวไม่กระชากมาก

เน้นประหยัดที่ความเร็วคงที่ ทางไกล

เน้นการใช้พลังงานน้อย และหน่วงน้อย เพื่อลดการสูญเสียความเร็ว

เน้นพละกำลัง / ใช้ความเร็วสูง ถนนแห้ง

เน้นการปล่อยพลังสูงสุด และความมั่นคงในการบังคับควบคุม

ถนนเปียกลื่น

เน้นการป้องกันการเปลี่ยนแปลงความเร็วอย่างฉับพลัน

การขับขึ้นเขา

เน้นการปล่อยพลังสูงสุด

*ระมัดระวังความร้อน หากมีการใช้ความเร็วสูงขึ้นเขาต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่นที่กำลังไม่มาก*

การขับลงเขา

ปรับเพื่อให้มีแรงหน่วงพอ ที่จะใช้เบรกเท้าให้น้อยที่สุด

*ไม่ควรให้แบตเต็มเกิน 80-100% ตอนลงเขา เพราะการ regen จะจำกัดและอาจไม่มีแรงช่วยหน่วง*

ทางขรุขระความเร็วต่ำ

เน้นความสบายในการควบคุม โดยสาร และผ่านอุปสรรค


สำหรับวิธีการขับลงเขาโดยละเอียด สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ใน : https://clubcharge.net/ev-downhill-trick/


เริ่มเปรียบเทียบเลย!

Share this content