
หลายๆ คน อาจจะใช้รถมาหลายปีจนเริ่มคุ้น แต่ตอนนี้ก็มีผู้ใช้ใหม่เพิ่มเข้ามาเยอะเหมือนกัน แต่ตอนนี้ก็มีทางเลือกจุดชาร์จใหม่ๆ มากขึ้น ทั้ง Operator เจ้าใหม่ และสถานีแบบ hub ที่รองรับได้หลายคันพร้อมกัน แต่แม้สถานีจะเพิ่มขึ้น แต่ก็อาจจะยังไม่เร็วเท่าจำนวนรถ
มาเล่ากันเลยครับ ว่าจะต้องวางแผนอะไรกันบ้าง หรือมีอะไรที่จะต้องรู้
หากคุณเป็นเจ้าของรถ EV คันแรก และยังไม่เคยออกทางไกลทริปแรก ให้หามอเตอร์เวย์หรือทางด่วน ถนนโล่งยาวๆ ซ้อม 40-50 km ขึ้นไป ใช้ความเร็วที่ตัวเองจะใช้เดินทางไกล ที่ความเร็วคงที่ สังเกตว่า 10% วิ่งได้กี่ km จะได้รู้ว่า 1% วิ่งได้กี่ km เพื่อนำไปวางแผนการชาร์จ การเดินทาง
ถ้าช่วงเทศกาลเป็นจังหวะที่รถวิ่งไม่ได้เร็ว วิ่งช้าลง จะไปได้ไกลขึ้นต่อ 1 ชาร์จ
หากปกติ วิ่ง 100-110 km/h อาจจะวิ่งได้มากสุดแค่ 0.75 เท่าของระยะที่โฆษณา แต่ถ้าวิ่งช้าลง 70-80 km/h อาจจะได้ระยะใกล้เคียงโฆษณา
แอพ Plugshare เป็นแอพรวมตำแหน่งจุดชาร์จที่ยังใช้ได้ดี และมีข้อมูลปัจจุบันล่าสุด แต่การจะเริ่มชาร์จ ยังคงต้องโหลดแอพแยกแต่ละเจ้า
ซึ่ง Plugshare จะเป็นตัวช่วยวางแผนจุดชาร์จสำรองได้ดี ต้องเน้นว่า อย่าลืมหาจุดชาร์จสำรอง ต่างค่ายไว้ด้วยนะครับ กันเหนียว เผื่อเจ้าหลักระบบล่มแล้วไปต่อไม่ได้ หรือมีคนใช้งานจนเต็ม และมีคนแนะนำ Pugev อีกอันด้วยครับ สำหรับการหาสถานี แต่แอพ Pugev จะมีเฉพาะใน iOS ส่วนหากใช้งานผ่านเว็บ ให้เข้า http://www.pugev.com/
ปกติผมจะวางแผนโดยแวะชาร์จตอนเหลือ 20% ที่จุดหลัก และมีจุดสำรองต่างค่าย อันต่อไป ในระยะที่แบตจะเหลือ 10-15% แต่เทศกาล แนะนำว่า เจอที่ไหนว่าง แวะเข้าห้องน้ำ ชาร์จตุนก่อนเลย ตามความสะดวก และอย่าคาดหวังพึ่งจุดหลักที่แบตจะเหลือ 15-20% เกินไป เจอจุดก่อนหน้าแวะได้เลย เพราะคนที่ใช้รถรุ่นเดียวกับคุณ หรือวิ่งได้พอกัน ก็คงจ้องจุดนั้นเช่นกัน เช่น ไปภาคเหนือ คนจะมีโอกาสจ้องนครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก มาก หากหาจังหวัดก่อนหรือหลังจากนั้นได้จะสวย
ปัจจุบัน นอกจากเจ้าใหญ่ PTT, Elex, PEA Volta แล้ว ยังมีผู้ให้บริการเจ้าอื่นๆ เช่น
- Altervim ที่มักอยู่ในโลตัส หรือบางเซเว่น
- Reversharger ตามศูนย์ BYD และ Shell
- Spark EV เริ่มขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตามปั๊มบางจาก ต่างจังหวัด และมีตู้แรง เช่น นครสวรรค์
- Evolt มีตู้ชาร์จเร็วอยู่บ้าง บางจุดเป็น hub สำหรับรถบรรทุกไฟฟ้า แต่เข้าไปใช้ได้
- MG Supercharge หรือตู้แดง สำหรับคนใช้ MG ที่อยู่ตามศูนย์ MG ตอนนี้มีโปรด้วย แต่ตู้เป็นรุ่นเก่า 25-50 kW แต่หากที่อื่นเต็ม ก็เป็นทางรอดได้เฉพาะสำหรับคนใช้ MG
- Onecharge เริ่มมี Hub ในหลายๆ ที่
และยังมีเจ้าอื่นๆ เช่น Galvanic, iGreen+, Charge+, NEXMOEV ที่แม้ตอนนี้ สถานีอาจจะมีไม่มาก แต่หากสถานีหลักเต็มหมด ก็อาจจะต้องมาลองดูกลุ่มนี้ ซึ่งบางทีก็จะมีสถานีลับๆ ที่หลายคนไม่ค่อยรู้อีกมาก

จุดที่คนเยอะ คือจุดที่คนมักใช้กันประจำ และเป็นเจ้าดัง สิ่งอำนวยความสะดวกเยอะ หรือเรทถูก ถ้าตรงไหนกลับรถได้ก็มีโอกาสเจอตู้ว่างมากกว่า แต่เทศกาลก็มีปิดจุดกลับรถหลายจุด ทำให้อาจจะไม่ง่ายมากนัก หากคิดจะกลับรถไปใช้อีกฝั่ง และการยอมจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อย ใช้ตู้เจ้าที่แพงกว่า ก็เป็นการซื้อเวลาได้อย่างนึง เพราะคนมักแห่ไปตู้ถูก หรือเจ้าดังก่อน แต่ถึงแพงก็ยังถูกกว่าค่าน้ำมัน
ถ้ายอมออกเช้ามืด เลี่ยงจุดชาร์จยอดนิยม แล้วแวะชาร์จจุดที่อยู่ก่อนหน้านั้น หรือเจอที่ไหนว่างระหว่างทาง แวะเข้าห้องน้ำ เสียบตุนไว้ด้วย จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น
การชาร์จหลัง 90-95% ของรถหลายๆ คัน จะเริ่มช้าลง ซึ่งตอนนี้ยังเป็นความจริงอยู่ แม้ตอนนี้ หลายรุ่นจะพัฒนาจนชาร์จช่วง 80-90% ได้เร็วขึ้นมากแล้ว ซึ่งการรอจาก 90-100% อาจใช้เวลารวมทั้งทริป นานกว่าไปข้างหน้า แล้วชาร์จจุดต่อไปจาก % น้อยๆ
แนะนำว่าหากถึง 90-95% แล้วไปต่อ จะไปได้เร็วกว่ารอให้เต็มจาก 95-100% เพราะจะเป็นช่วงที่กินเวลามาก เมื่อเทียบกับระยะทางที่เพิ่มขึ้นไม่มาก แต่ถ้าจำเป็นต้องชาร์จเต็ม เพราะคิดแล้วว่ามีโอกาสระยะจะไม่พอดีกับจุดต่อไป ก็ใช้ความถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน
ชั่งน้ำหนัก ข้อดี-ข้อเสีย หากใครมีรถน้ำมันสำรอง และยังคิดไม่ตกจะเอารถน้ำมันหรือ EV ไปดี?
รถน้ำมัน
ข้อดี : ปั๊มน้ำมันมีเยอะแน่นอน, พะวงน้อยกว่าเรื่องระหว่างทาง, เติมพลังงานได้เร็ว, คล่องตัวกว่าในสถานการณ์ที่คนอาจใช้จุดชาร์จเยอะ
ข้อเสีย : ค่าน้ำมันแพง และรถยิ่งติดหรือขึ้นลงเขาเยอะยิ่งกิน, หากเป็นเทศกาล ปั๊มใหญ่ก็ต้องรอต่อคิวเช่นกัน, จอดติดเครื่องนอนพักไม่ได้, กำลังเร่งแซงในบางรุ่น และความสะดวกสบายในการขับขึ้นลงเขา อาจน้อยกว่า, บางรุ่นอาจไม่มีระบบช่วยขับ, ความเสี่ยงในการเสียกลางทาง หากรถเก่าและไม่พร้อมจริงๆ
EV
ข้อดี : ส่วนมากมีระบบช่วยขับ ลดความเมื่อยล้า, จอดเปิดแอร์นอนพักได้, มีกำลังให้ใช้เร่งแซง และขับขึ้นลงเขาง่าย มีแรงหน่วงเยอะ, ค่าไฟส่วนมากไม่แพงเท่าน้ำมัน และขึ้นลงเขารวมแล้วกินไฟกว่าปกติไม่มาก
ข้อเสีย : ต้องวางแผนเรื่องสถานีชาร์จ และแวะจอด ที่รัดกุมกว่าปกติ, อาจจะเสียเวลารอคิวและจอดมากขึ้น, โอกาสโดนหาร speed ในการชาร์จ ที่ทำให้ใช้เวลาชาร์จนานขึ้น, ความเสี่ยงแอพล่ม แต่ยังสามารถเลือกใช้เจ้าอื่นได้
