
ทั้งหมดนี้คือการขับจริงแบบไม่ปิดแอร์
ขับทางไกลยาวๆ ความเร็ว 95-110 -> 1% วิ่งได้ 3-3.3 โล หรือ 100% จะวิ่งได้ 300-330 km ขึ้นกับน้ำหนักเท้า
ขับแบบผสม ในเมือง + ทางด่วน มอเตอร์เวย์ สลับกัน -> 1% วิ่งได้ 3.6-4 โล หรือ 100% จะวิ่งได้ 360-400 km
ถ้าขับแบบผสม ในเมือง 70% แบบไปเรื่อยๆ รถไม่ติดมาก+ ทางด่วน 30% วิ่งไป 300 โลเหลือแบตตั้ง 19% เท่ากับว่าถ้าใช้รถวันละไม่เกิน 100 โลในสภาพจราจรแบบผสม ชาร์จทีเดียวใช้ได้ 3 วันสบายๆ เลยครับ
Tip & Tricks
-ขับปกติ ใช้โหมด Normal + KERS ระดับ 2 จะให้อัตราเร่งและหน่วงที่กำลังดี และได้ใช้ประโยชน์จากการหน่วงเพื่อชาร์จไฟกลับจากการเบรก และช่วยชะลอรถ โดยที่ไม่ทำให้เวียนหัวเมารถจนเกินไป
-ขับทางไกลที่ไม่ต้องการให้ความเร็วตกเยอะ ใช้ KERS ระดับ 1 เวลาถอนคันเร่งจะไม่ต่างจากรถน้ำมันจะไม่หน่วง
-ตอนเจอแยกไฟแดงหรือจะหยุดรถ ปรับ KERS ระดับ 3 จะช่วยหน่วงชะลอความเร็วได้ดีมากจนรถเกือบหยุด และชาร์จไฟกลับได้มาก โดยถ้ากะจังหวะดีๆ จะสามารถแตะเบรกแค่ตอนรถความเร็วใกล้หยุดได้เลย แต่การชะลอความเร็วโดยใช้ KERS ไม่ควรถอนเท้าจากคันเร่งออกหมดทันที ให้ค่อยๆ ลดน้ำหนักเท้าบนคันเร่งจะไม่กระชากจนคนนั่งเมารถ
-ถ้าอยากรู้ว่ารถจะขับได้อีกเท่าไร ตัวเลขกิโลที่เหลือของโหมด Sport จะแม่นสำหรับคนขับทางไกลแบบเหยียบ 110 ส่วนตัวเลขของโหมด Normal จะแม่นสำหรับคนขับปกติ
-การเร่งคือช่วงที่ใช้พลังงานมากถึงมากที่สุด หากมีการเร่งความเร็วบ่อยๆ จะกินพลังงานมากกว่าปกติ
-การใช้ Cruise control จะไม่ทำให้ KERS ทำงาน จะไม่มีการชาร์จไฟกลับตอนลดความเร็ว และเวลาเร่งกลับความเร็วที่ตั้งไว้ก็มักจะเร่งแรง ทำให้ใช้พลังงานเยอะ
