
Volvo C40 Single Motor กับบทสรุปรีวิว อัตราสิ้นเปลือง ความต่างจาก Twin Motor และสุดท้าย ถ้าคิดจะซื้อ Volvo ควรเลือก Single หรือ Twin Motor รุ่นไหนเหมาะกับใคร? มีเหตุผลอะไรที่น่าเลือก Volvo ในเวลานี้?
ในปี 2023-2024 ที่เราได้รถทดสอบมา ยังใช้ชื่อ C40 และตัวรถเป็นสีเดียว แต่ใน Model year 2025 มีการเปลี่ยนชื่อเป็น EC40 และได้หลังคาดำเป็น standard ส่วนรายละเอียดทางเทคนิค ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ซึ่งยังอ้างอิงจากรีวิวนี้ได้ แต่ software อาจจะมีความแตกต่างจากเวอร์ชั่นปัจจุบันบางส่วน เพราะ Volvo มีการ update software อยู่ตลอด
-
Volvo EC40 Single Motor
฿1,990,000 -
Volvo EC40 Twin Motor
฿2,790,000
C40 Single Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง เป็นการกลับมาของรถขับหลังของ Volvo หลังจากห่างหายไป 20 กว่าปี
ซึ่งด้วยราคาที่ดึงดูดใจมากขึ้น เพียงแค่ 2,090,000 ไม่มีบวกค่าสีพิเศษและออพชั่น และในรุ่น XC40 ถูกลงไปอีกแสนนึง เหลือไม่ถึง 2 ล้าน ถูกลงกว่ารุ่น Twin Motor ไป 7 แสน ทำให้เป็นที่สนใจของหลายๆ คน
ในรุ่นปี 2024 ทุกคันไม่ว่ามอเตอร์แบบใด ได้ไฟเทพ Pixel Light ที่ลำแสงเลี้ยวตามพวงมาลัย และมีไฟสูงอัตโนมัติแบบเว้าแสงหลบรถคันหน้า กับรถที่สวนมาได้ แบบ real-time แต่ตรงอื่นยังสว่างชัดเหมือนเดิม ต่างจากไฟสูงอัตโนมัติทั่วไปที่ตัดเป็นไฟต่ำธรรมดา เวลารถสวน
ในแง่ออพชั่น ความแตกต่าง
หน้าตา Single Motor และ Twin Motor ไม่ได้มีความแตกต่างกัน ทั้งภายนอกและภายใน แถมได้ออพชั่นเท่าๆ กัน เลย และ Single Motor ยังคงมีเมนู Off-road mode อยู่ แม้จะไม่ได้ขับเคลื่อน 4 ล้อแล้ว ส่วนจุดเดียวที่ต่างภายนอกคือโลโก้ Recharge ด้านหลังที่ไม่มีคำว่า Twin ให้คิดว่า Twin Motor คือการเพิ่มเงิน on top เพื่อซื้อพลังกับระยะทางที่เพิ่มขึ้น
สำหรับสเปกไทย Single Motor ได้แบตขนาด 69 kWh ใช้ได้จริง 66 kWh แตกต่างจาก Twin Motor 2024 ที่ได้แบต 82 kWh แต่ในเมืองนอกมีสเปก Single Motor แบต 82 kWh ด้วย
ในแง่ของการขับขี่
Single Motor น้ำหนักพวงมาลัยดีขึ้นมากและลงตัวกว่า Twin Motor เวลาขับไกลๆ ไม่เบาเกินไปแบบคันก่อนๆ ส่วนช่วงล่าง มีความรู้สึกค่อนข้างเหมือน XC40 Twin Motor ตัวแรก ที่เฟิร์มน้อยกว่า C40 เดิม กับ XC40 Twin Motor 2024 แต่ถ้าไม่จับผิดความรู้สึกจริงๆ ก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่างชัด ในภาพรวมเรียกว่าโอเคอยู่ครับ กับการขับแบบทั่วๆ ไป
อัตราเร่ง 0-100 km/h 7.3 วิ เพียงพอมั้ย?
สเปกเคลมมา 7.3 วิ ผมลองจับได้ 7.28 วิ ตรงปกเลยและดีกว่านิดๆ จากที่ลองขับ EV มาหลายรุ่นหลายยี่ห้อ ส่วนมากเร่งได้ตรงตามที่คุยหรือดีกว่า
ถ้าเคยขับรถไฟฟ้าแรงๆ กว่านี้ หรือตัว Twin Motor พอมาเจอตัวเลขนี้ อาจจะรู้สึกว่าไม่ทันใจเท่า
ถ้ามองในมุมคนทั่วๆ ไป ก็แรงเหลือๆ ลงตัวกับชีวิตละครับ แรงกว่ารถน้ำมันทั่วไปส่วนใหญ่แล้ว เรียกว่าแรงแบบสนุกได้กำลังดีเลยครับ แรงพอดีไม่น่ากลัวเกิน ขับไม่เหนื่อย การออกตัวจะแรงแบบนิ่มนวล สัมผัสแรงดึงได้นิดๆ แต่หน้าไม่ยกแบบ Twin Motor 2024 และไม่มีอาการล้อฟรีแม้จะเป็นแค่ขับหลัง คนนั่งยังไม่รู้สึกว่าเร่งแรง แต่สบาย
การเร่งแซงต่างๆ ยังคงทำได้ดี เพียงพอและเหลือๆ กับการขับทั่วไป แต่เอาจริง ถ้าคุณไม่ใช่คนเท้าหนัก การขับ Single Motor กับ Twin Motor แบบขับเรื่อยๆ ฟีลจะไม่ได้แตกต่างกันมาก ถ้าไม่เหยียบจมหรือรีดพลังจนสุด ที่ Twin Motor จะดึงแรงกว่าและเร็วกว่า

อัตราสิ้นเปลืองและการชาร์จ
นี่คือสิ่งที่ผมอยากรู้มากสุดจากการเอารถมารีวิวครั้งนี้
วิ่งจริงแบบผสม กทม-เขาค้อ รอบแรก 336.7 km จาก 100 เหลือ 15% แวะชาร์จ
รอบสองขากลับ ใช้ความเร็วคงที่ 110 นานขึ้น 246.1 km ใช้ไฟไป 53%
วิ่งในเมือง กทม. 94 km ใช้ไฟไป 20%

ถ้าจากแบตเต็มวิ่งจนเกลี้ยง คำนวณออกมาแล้วจะวิ่งได้ราวๆ 390-470 km โดยถ้าวิ่งในเมือง หรือวิ่งทางไกลความเร็วคงที่ยาวๆ จะเห็นผลเรื่องความประหยัดที่ชัดเจน โดยประหยัดในระดับ 14-15 kWh/100 km ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดูดีขึ้นมากกว่าตระกูล Twin Motor ที่ได้ราวๆ 16-17 kWh/100 km และ XC40 Twin Motor ตัวแรกสุด กินถึงระดับ 18-21 kWh/100 km
เรียกว่าอัตราสิ้นเปลืองในรุ่น Single Motor อยู่ในระดับที่พอสู้รถ EV กลุ่มที่เน้นประหยัดได้ และตัวเลขดูสมเหตุสมผล แต่การที่ Single Motor ได้แบตเล็กกว่า ทำให้ระยะวิ่งยังแพ้ Twin Motor 2024 ที่ได้ระหว่างช่วง 420-480 โล และขับจริงต่อเนื่อง 400 โลแบบแบตไม่เกลี้ยง และขับไม่ช้า ได้จริง
การชาร์จ
Single Motor รองรับการชาร์จที่กำลังไฟสูงสุด 150 kW ต่างจาก Twin Motor 2024 ที่รองรับได้ถึง 205 kW
ความเร็วการชาร์จ DC ตอน 77% ไฟยังเข้า 42.6 kW และ 87% เข้าที่ 28 kW โดยในช่วง 79-87% จะใช้เวลา 10 นาที ถ้าหากจำเป็นต้องชาร์จเกิน 80% ตอนวิ่งทางไกล ก็ถือว่าไม่ได้ใช้เวลานานมาก ส่วนหลัง 89% แนะนำว่าหนีไป ไม่ต้องรอชาร์จเต็มละครับสำหรับทางไกล เพราะ 89% ไฟเข้าเพียง 12 kW เกือบเท่าๆ ชาร์จแบบ AC แล้ว
รุ่นไหนเหมาะกับใคร?

Single Motor – เหมาะมากสำหรับคนที่ใช้งานในเมืองเป็นหลัก ใช้ในเมืองประหยัดมาก หรือเดินทางไกลเป็นครั้งคราว หรือบ่อยแต่ในระยะไม่เกิน 300 km ก็ยังตอบโจทย์ได้ดี หรือถ้ายอมรับได้กับการแวะชาร์จทุก 300 โล และชาร์จช้าลงบ้าง แต่ประหยัดเงินได้ 7 แสน ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามาก แรงกำลังดี ขับสบายด้วย
Twin Motor – รุ่นปี 2024 รองรับการชาร์จเร็วกว่าที่เรทสูงสุด 205 kW และแบตขนาดใหญ่กว่า สามารถวิ่งได้เกิน 400 km ต่อชาร์จ เหมาะสำหรับคนที่เดินทางไกลบ่อยๆ มากกว่าใช้ในเมือง เพราะชาร์จเร็วกว่า (ถ้าเจอตู้ที่ไฟแรงพอ) วิ่งไกล แรงดีกว่า แต่ก็กินไฟมากกว่า แต่ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหาก็จัดได้ครับถ้าต้องการความแรงความสุด
มีเหตุผลอะไรที่น่าเลือก Volvo ในเวลานี้?
แม้ว่าตอนนี้ในงบล้านกลาง ถึง 2 ล้านจะมี EV คู่แข่งมากขึ้น แต่สิ่งที่ผมมองว่ายังเป็นจุดแข็งสำหรับ Volvo คือความสบายในการขับขี่ ความเงียบห้องโดยสาร การใช้งานต่างๆ ที่ใช้งานได้ง่ายและคุ้นมือ และช่วงล่าง การบังคับควบคุมที่ลงตัว และมีศูนย์บริการหลายที่และตามจังหวัดใหญ่ๆ
ถ้าหากคุณกำลังมองหารถที่นั่งหลังสบาย หรือขนาดตัวถังใหญ่ในงบเท่านี้ Volvo อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ได้ 100% แต่ถ้าคุณเป็นคนที่อยู่ใน safe zone ต้องการรถใช้งานง่าย ที่ขับดี ขับสบาย และยังคำนึงถึงเรื่องการมีอยู่ของศูนย์บริการ แต่ไม่ได้เน้นคนนั่งหลังประจำ Volvo ก็จะตอบโจทย์ได้ครับ แต่ในอนาคต จากการที่รถไฟฟ้าไม่ต้อง maintenance มากเท่าแต่ก่อน Volvo ก็จะเริ่มเน้นมาทาง mobile service บริการถึงที่ มากขึ้นครับ

