รีวิว Volvo EX40 / XC40 Twin motor เปลี่ยนเยอะกว่าเก่าหลายอย่าง!

อัพเดทล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2026


ในปี 2023-2024 ที่เราได้รถทดสอบมา รถตระกูลนี้ ยังใช้ชื่อ XC40/C40 แต่ใน Model year 2025 ทั้งตระกูล มีการเปลี่ยนชื่อ จาก XC40 เป็น EX40 และ C40 เป็น EC40 ส่วนรายละเอียดทางเทคนิค ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ซึ่งยังอ้างอิงจากรีวิวนี้ได้ แต่ software อาจจะมีความแตกต่างจากเวอร์ชั่นปัจจุบันบางส่วน เพราะ Volvo มีการ update software อยู่ตลอด

Volvo XC40 Twin motor 2024 วิ่งจริงได้เกิน 400 km สบาย เปลี่ยนหลายอย่าง มีอะไรดีขึ้นจากเดิมบ้าง? รีวิวเทียบประสบการณ์คู่กับตัวเก่าไปเลย ทั้ง XC40 2021 และ C40 2023 จากที่เคยขับทั้งหมด มีพัฒนาการอย่างไร?

XC40 2021 : เป็นรุ่นแรกสุดของ Volvo EV ในไทย แบต 78 kWh 408 แรงม้า แรงบิด 660 Nm (มอเตอร์ล้อหน้าและหลัง กระจายกำลังเท่ากัน) เบาะหนัง วัสดุ trim ภายในเป็นลายแบบ pattern ธรรมดา

C40 2022-2023 (รถเทส ปี 2023) : แบต 78 kWh 408 แรงม้า แรงบิด 660 Nm (มอเตอร์ล้อหน้าและหลัง กระจายกำลังเท่ากัน) ทางเทคนิคไม่แตกต่างจาก XC40 ตัวเดิม แต่มีการปรับ software ให้กินไฟน้อยลง

  • ตัวถังด้านหลังดีไซน์ใหม่
  • ล้อ ดีไซน์ด้านหน้าและ trim ภายใน และวัสดุเบาะเปลี่ยนแปลงจาก XC40 2021 (XC40 รุ่น 2022 ล๊อตหลัง-2023 ก็จะได้หน้าตาครึ่งคันหน้า และวัสดุตกแต่งภายในกับเบาะเหมือน C40)
  • เบาะเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่จับแล้วฟีลคล้ายหนังกลับ แต่ให้สัมผัสดีมาก ไม่อมความร้อนด้วย
  • วัสดุ trim ภายในเป็นลายแบบมีมิติ ที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิประเทศของ Abisko national park ในสวีเดน

XC40 2024 / EX40 (เปลี่ยนชื่อเฉยๆ) : หน้าตา และการตกแต่ง ทั้งภายนอกภายใน ยังคงเหมือนรถรุ่น 2022 ล๊อตหลัง-2023 แต่ได้ :

  • ล้อลายใหม่ 19 นิ้ว
  • ตัวเลือกสีภายนอกใหม่
  • ได้ไฟหน้าอัจฉริยะ Pixel Light ที่หลายคนรอคอย โดยราคาไม่ขยับขึ้นจากรุ่นก่อนด้วย

ทางเทคนิคของตัว 2024 เปลี่ยนเยอะกว่าที่คิด มอเตอร์และแบตใหม่ ประหยัดขึ้น วิ่งได้ไกลขึ้น

  • มอเตอร์ กำลังรวม 408 แรงม้าเท่าเดิม แรงบิดรวม 670 Nm แต่เปลี่ยนมอเตอร์ เป็นแบบตัวหลังแรงกว่า หน้าแรงน้อยลง (หน้า 117 kW/ หลัง 183 kW)
  • แบตเตอรี่ 82 kWh วิ่งได้ไกลกว่าเดิม
  • รองรับการชาร์จเร็วสุด 205 kW จากเดิม 150 kW
  • firmware เวอร์ชั่น 2.11 ดู Youtube ได้จากจอโดยตรงตอนรถจอด, เพิ่มโหมด One pedal แบบ Auto

สิ่งที่ผมอยากชื่นชม Volvo จากที่ได้เห็นพัฒนาการของทั้ง 3 คัน คือ Volvo มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้าน hardware และ software โดยรุ่นปีหลังๆ ก็ได้แก้เรื่องที่ผมไม่ประทับใจในรุ่นปีแรกๆ ได้แล้ว จนเรียกว่ารุ่นปี 2024 ทำมาได้สมบูรณ์ ลบจุดอ่อนที่ผมไม่ชอบได้เกือบหมดแล้ว และในกลุ่มผู้ใช้จริงที่ใช้รุ่นเก่า ก็มีสิทธิ์อัพ firmware ใหม่ล่าสุด 2.11 ได้เช่นเดียวกับรุ่นปัจจุบัน และทำให้คนที่ใช้รุ่นปีแรกๆ ได้อัตราสิ้นเปลืองที่ดีกว่าเดิมด้วย

เราจะขอเปรียบเทียบเป็นหัวข้อไฮไลต์ต่างๆ นะครับ โดยเน้นในจุดที่มีความแตกต่าง


หน้าปัดและการแสดงผล

  • XC40 2021 firmware เก่า จอไมล์จะไม่ได้แสดงผลเลขความเร็วตรงขอบจอ
  • C40 2023 และรถที่อัพ firmware ใหม่กว่า จอไมล์มีเลขความเร็วตรงขอบจอ
  • XC40 2024 และ firmware 2.11 สามารถแสดงผล range ระยะทางที่เหลือบนจอไมล์ได้แล้ว จากเดิม 2 คันก่อนที่แบตโชว์แค่ % สะดวกกับชีวิตขึ้นมาก และ Pilot assist สามารถสลับระหว่าง Autopilot กับ Adaptive cruise control แบบไม่เลี้ยวตามเลน ได้ง่ายโดยกดปุุ่ม > ที่ปุ่มฝั่งซ้ายพวงมาลัย ซึ่งสะดวกเวลาเข้าโค้ง เวลาอยากจะควบคุมพวงมาลัยตอนเข้าโค้งเอง

เบาะนั่ง
เบาะหน้านั่งสบาย รองรับสรีระได้ดีทั้ง 3 คัน แต่การเปลี่ยนวัสดุเบาะใน C40 2023 และ XC40 2024 ก็ทำให้รู้สึกนั่งแล้วสบายตัวยิ่งขึ้น ไม่รู้สึกร้อนหรือหนาวเกินไป


ไฟหน้า
ใน XC40 2021 และ C40 2023 ยังเป็นไฟหน้า LED ธรรมดา การเปิดไฟสูงในโหมด Auto high beam บางทีไฟสูงก็ไม่ดับเวลามีรถมา สุ่มเสี่ยงต่อการผิดใจกันบนถนน แต่ใน XC40 2024 ระบบไฟ Pixel Light ทำให้สามารถใช้ไฟสูงอัตโนมัติได้อย่างไร้กังวล ทำงานได้อย่างอัจฉริยะ โดยเมื่อเปิดไฟสูง ถ้ามีรถคันหน้า ไฟสูงจะเว้นหลบตรงที่เป็นรถคันหน้าหรือรถสวน แต่ตรงอื่นยังสว่างเหมือนเดิม ตอบสนองได้ไว และเปลี่ยน pattern การส่องสว่างได้ smooth มาก ถ้าขับบนถนนมืดที่มีรถคันหน้า ไฟสูงก็จะส่องขอบทางชัดเจน แต่ไม่ฉายเฉพาะส่วนที่เจอรถคันหน้า ไม่ให้แยงตา และไฟหน้าเลี้ยวตามการหมุนของพวงมาลัยด้วย เรียกว่าเป็นไฟหน้าที่ดีและชัดเจนมาก ในกลุ่มรถไม่เกิน 3 ล้าน


ระยะทางวิ่ง

  • XC40 2021 จะวิ่งได้ 330-370 km
    อัตราการกินไฟของรถที่ไม่ได้อัพ firmware รุ่นแรก มีตัวเลข 18-21 kWh/100 km ให้เห็น
  • C40 2023 จะวิ่งได้ 380-420 km
    อัตราการกินไฟดีขึ้น อยู่ที่ราวๆ 16-19 kWh/100 km
  • XC40 2024 จะวิ่งได้ 420-480 km
    อัตราการกินไฟ แม้จะอยู่ที่ราวๆ 16-19 kWh/100 km ใกล้เคียงเดิม แต่ถ้าวิ่งทางไกลใช้ความเร็วคงที่ได้ยาว จะเห็นได้ชัดว่ากินไฟเฉลี่ยลดลงจาก C40 2023 โดย XC40 2024 ทำได้เฉลี่ยราวๆ 16 ปลายๆ kWh/100 km ในทางยาว แต่ C40 จะได้เฉลี่ย 17 กว่าๆ kWh/100 km ในทางยาว ความเร็วเฉลี่ยพอกัน

การขับขี่ ช่วงล่างและการตอบสนอง

  • ใน XC40 2021 ช่วงล่างจะมีความรู้สึกนิ่มแต่แอบย้วยนิดๆ ถ้าจับสังเกตอาการ แต่ใน C40 2023 และ XC40 2024 ช่วงล่างเฟิร์มขึ้นไม่รู้สึกย้วยแล้ว
  • การออกตัว ใน XC40 2024 เวลาออกตัวแรง หน้าจะรู้สึกยกเชิดกว่าอีก 2 คัน แต่ยังคุมรถได้ปกติอยู่ ไม่ได้อันตราย คาดว่าเป็นผลจากที่มอเตอร์ส่งกำลังลงล้อหลังมากกว่าเดิมด้วย ภาพรวมการตอบสนองช่วงล่างตอนออกตัว ผมยังคงชอบ C40 2023 สุด

พวงมาลัย

  • ใน XC40 2024 รู้สึกได้ว่าพวงมาลัยเบากว่าเดิม คล่องตัวมากขึ้นเวลาเข้าโค้งแคบ แต่ที่ความเร็วสูงๆ พวงมาลัยยังคงเบาทั้ง 3 คัน

One pedal mode

  • ใน XC40 2024 firmware 2.11 จะเพิ่มโหมดการขับขี่ One pedal แบบ Auto ซึ่งจากเดิมจะเลือกได้แค่ Off กับ On ซึ่งถ้า Off รถจะไม่ค่อยหน่วงตอนถอนคันเร่งทุกความเร็ว แต่ถ้า On ขับความเร็วสูง ถอนคันเร่งไวๆ ความเร็วก็ตก
  • One pedal Auto เมื่อใช้ความเร็วเกินประมาณ 40 km/h เวลาถอนคันเร่งรถจะไม่หน่วงแล้ว ต้องเหยียบเบรกให้ความเร็วตกมาต่ำกว่า 40 km/h One pedal ถึงจะเริ่มทำงานช่วยหน่วงโดยไม่ต้องเหยียบเบรก เรียกว่าเป็น best of both worlds โดยที่ความเร็วสูง ความเร็วจะไม่ตกมาก แต่ความเร็วต่ำยังขับสบายโดยไม่ต้องย้ายเท้า แต่ยังมีข้อจำกัด คือ จะยังไม่ค่อยหน่วง ตอนลงเขากับทางโค้ง ซึ่งผมแนะนำว่า ถ้าขับลงเขา หรือทางโค้งต่อเนื่องเยอะๆ ถ้าเปิดเป็น One pedal On จะรู้สึกปลอดภัยกว่า แต่การเหยียบเบรกของ Volvo ก็มีการ regen ชาร์จไฟกลับเพิ่มตามการเหยียบเบรก

เบาะหลัง (XC40 VS C40)
เบาะหลังฟีลไม่ต่างกันมาก เบาะรองก้นสั้นเหมือนกัน และส่วนพิงหลังค่อนข้างตั้งตรง แต่ส่วน Headroom กับขอบล่างกระจกประตู คือจุดที่ทำให้สองคันนี้ต่างชัด แต่ Headroom C40 นั่งจริงหัวก็ยังไม่ชนนะครับ ยังมีพื้นที่ขยับหัวได้ (ผมสูง 173)


ความร้อนจากหลังคาแก้ว (XC40 VS C40)
ใน C40 2023 และ XC40 2024 เป็นรถที่ไม่ได้ติดฟิล์มเพิ่มทั้งคู่ ความรู้สึกร้อนไม่ได้แตกต่างกัน ไม่ได้ร้อนจากหลังคา แต่ร้อนแขน ซึ่งถ้าซื้อรถจริงๆ แล้วติดฟิล์มก็จะไม่ได้มีปัญหานี้แล้ว ซึ่ง XC40 2021 คันที่ติดฟิล์มเข้ม ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร


ข้อเสียที่ยังคงอยู่ในรุ่น 2024
บางเรื่องคงคาดหวังให้แก้ไม่ได้แล้วในโฉมนี้ เพราะบางอย่างเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับโครงสร้างตัวถัง

  • เบาะหลัง องศาพิงหลังยังชันเหมือนเดิม
  • ยังมีอุโมงค์กลางนูน ตรงพื้นที่วางขาเบาะหลัง
  • กล้องถอยหลังอยู่ในตำแหน่งต่ำ มองไม่ค่อยเห็นส่วนบน
  • ระบบเบรกอัตโนมัติตอนถอยหลัง ยังคงเบรกรุนแรงเหมือนเดิม

จากที่ได้ขับมาแล้วทั้ง XC40, C40 ถ้าจะให้เลือก ควรเลือกรุ่นไหน?
อันนี้ขึ้นกับความชอบส่วนบุคคลละครับ เพราะ XC40 กับ C40 ถ้ารถปีเดียวกัน ในเชิงเทคนิค สเปกจะเหมือนกัน ห้องโดยสารตอนหน้าเท่ากัน ความยาวห้องเก็บของตอนหลังเท่ากัน แต่จะต่างตามนี้ :

  • XC40 / EX40 ได้หลังคาแก้ว แบบเลื่อนเปิดปิดพร้อมม่าน แต่ถูกกว่า C40 ขอบกระจกหลังตอนล่างตัดชันกว่า C40
  • C40 / EC40 แพงกว่า XC40 แสนนึง หลังคาเลื่อนไม่ได้และไม่มีม่าน แต่ทรงสปอร์ตกว่า พื้นที่เหนือหัวเบาะหลังน้อยกว่า แต่ขอบกระจกหลังตอนล่าง ตัดตรงเห็นวิวได้มากกว่า XC40

สรุป

ในรถรุ่นปี 2024 แก้ข้อบกพร่องและเพิ่มสิ่งที่อยากได้มาเกือบครบๆ ละ ทั้งความประหยัด, การแสดงผล Range บนจอไมล์, วิ่งจริงได้เกิน 400 km และไฟ Pixel light แต่การออกตัวแรงๆ รู้สึกหน้าลอยกว่าเดิมแต่ยังไม่ได้อันตราย แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นใหญ่โตนัก เรียกว่าในภาพรวมการปรับครั้งนี้ เป็นการปรับที่ทำให้รถปี 2024 ลงตัวสุดใน Volvo EV เจนนี้แล้ว จากรถที่ดีอยู่แล้ว ก็ดีจนครบจบ เหลือแค่ความสบายเบาะหลัง ที่คงต้องรอปรับตอน modelchange เลยครับ


เริ่มเปรียบเทียบเลย!

Share this content